วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ทำไมผมจึงร่วง



1.การเติบโตของผมตามปกติ
90% ของผมบนหนังศีรษะ เป็นผมที่กำลังเจริญเติบโต แต่ละเส้นมีอายุระหว่าง 2-6 ปี อีก 10% ของผม อยู่ในระยะพัก ซึ่งใช้เวลา 2-3 อาทิตย์ จากนั้นก็จะค่อยๆ หลุดร่วงไป เมื่อผมร่วง จะมีผมเส้นใหม่ แทนที่ในรากผมอันเดิม และเริ่มวงจรผมที่เจริญเติบโตต่อไป ผมบนหนังศีรษะยาว 1/2 นิ้ว ต่อเดือน เมื่ออายุมากขึ้น จะโตช้าลง ผมสีบลอนด์จะมีเส้นผมมากกว่าสีอื่น มีประมาณ 140,000 เส้น ผมสีเข้มมีประมาณ 105,000 เส้น ผมสีแดง จะมีประมาณ 90,000 เส้น ผมที่ร่วง ส่วนใหญ่จะร่วงตามวงจรปกติ เฉลี่ย 50-100 เส้น/วัน

2.สาเหตุของผมร่วงที่ผิดปกติ

การใช้เครื่องสำอางและดูแลผมอย่างไม่ถูกต้อง
- ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ที่ใช้สารเคมีกับผม เช่น ย้อมผม, โกรกผม, กัดสีผม, ยืดผม และดัดผม ถ้าทำอย่างถูกต้องแล้ว จะไม่มีการทำลายผม ผมจะอ่อนแอและแตกหักง่าย ถ้าใช้สารเคมีพวกนี้บ่อยเกินไปหรือนานเกินไป ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ให้หยุดใช้จนกว่าผมจะงอกใหม่
- ทรงผมที่รวบตึงแน่น เช่น ทรงหางม้า หรือผูกเปีย ไม่ดึงจนรั้งมากเกินไป ควรทำสลับกับผมทรงอื่นๆ ถ้าทำนาน ผมจะร่วงบางลง โดยเฉพาะตำแหน่งด้านข้าง ของหนังศีรษะการใช้แชมพู การหวี หรือแปรงผมบ่อยเกินไป ก็ทำลายผมทำให้แตกหัก ควรใช้ครีมนวด หรือคอนดิชั่นเนอร์หลังสระผม จะทำให้หวีง่าย และจัดทรงผมได้ง่ายขึ้น เมื่อผมเปียก จะเปราะบางกว่าผมแห้ง ดังนั้น การเช็ดถูแรงๆ ด้วยผ้าเช็ดตัว หรือการหวีและแปรงผม ขณะผมเปียกน้ำควรจะหลีกเลี่ยง คำโบราณที่บอกว่า ให้แปรงผมวันละ 100 ครั้ง จึงไม่ควรทำ ควรใช้หวีซี่ห่างๆ หรือใช้แปรงที่ปลายเรียบหวีผม

ผมร่วงหรือล้านจากพันธุกรรม
- เป็นสาเหตุที่พบมากที่สุด ของผมร่วง พบเป็นกรรมพันธุ์ อาจได้จากทั้ง ทางพ่อหรือแม่ก็ได้ มักมีประวัติครอบครัว ผู้หญิงจะมีอาการผมบางๆ แต่ไม่ล้าน พบได้ตั้งแต่วัยรุ่น จนถึงอายุ 20-30 ปี รักษาไม่ค่อยได้ผล การใช้ยาอาจช่วยได้บ้าง
- การรักษา โดยใช้น้ำยาปลูกผม ทาหนังศีรษะวันละ 2 ครั้ง ในผู้ชายอาจกินยา ฟีนาสเตอร์ไรด์ร่วมด้วย ในผู้หญิงอาจใช้วิธีปลูกผมในกรณีที่ ผมร่วงถาวร และรักษาด้วยยาแล้วไม่ได้ผล เป็นวิธีการผ่าตัด ย้ายผมจากบริเวณที่หนาแน่น ไปปลูกถ่ายลงบริเวณที่บาง ใช้ทั้งเวลา และเงินจำนวนมาก และเจ็บตัว คงต้องคิดให้ดีก่อนตัดสินใจทำ แพทย์ผิวหนังจะช่วยแนะนำคนไข้ว่า ควรใช้วิธีใด ที่เหมาะสมกับคนไข้ ตามความต้องการ และจำนวนเงินในกระเป๋าของคนไข้

ผมร่วงเป็นหย่อมๆ จากความเครียด
- ผมร่วงชนิดนี้ ร่วงเป็นหย่อมๆ เหลือแต่หนังศีรษะเรียบๆ กลมๆ ขนาดเท่ากับเหรียญบาท หรือใหญ่กว่า อาจจะร่วงทั้งศีรษะ หรือร่วงลามถึงขนตามตัว แต่เกิดได้ค่อนข้างน้อย อาจเป็นกับเด็กหรือผู้ใหญ่ได้ทุกวัย สาเหตุไม่ทราบ นอกจากผมร่วงแล้ว คนไข้มีสุขภาพปกติดี ส่วนใหญ่แล้วจะหายได้เอง

ผมร่วงหลังคลอดลูก
- ระหว่างตั้งครรภ์ ผมของคุณแม่จะหนามากขึ้น หลังคลอดแล้ว 2-3 เดือน ผมจะร่วง อาจร่วงเป็นระยะเวลา ประมาณ 1-6 เดือน ส่วนใหญ่แล้วจะหายได้เอง

ผมร่วงหลังไข้สูง, ติดเชื้อ, ไข้หวัดใหญ่รุนแรง
ความเจ็บป่วย ทำให้ผมเข้าระยะหยุดเจริญเติบโต หลังจากไข้สูง ป่วยหนัก หรือติดเชื้อ 4 อาทิตย์ถึง 3 เดือน จะมีผมร่วงมาก จนคนไข้ตกใจ ( คนไทยเรียกว่า จับไข้หัวโกร๋น ) จะหายได้เอง

โรคของต่อมไทรอยด์ทำให้ผมร่วง
ทั้งโรคไทรอยด์ที่มีอาการ หรือไม่มีอาการ ก็สามารถทำให้ผมร่วงได้ แพทย์จะเจาะเลือด เพื่อการวินิจฉัยและรักษา เมื่อรักษาแล้ว ผมจะดกดำเหมือนเดิม

-ผมร่วงจากการได้อาหารโปรตีนไม่พอ
ในกรณีคนไข้ลดน้ำหนัก หรือมีอุปนิสัยการกิน ที่ผิดปกติ ทำให้เกิดการขาดโปรตีน ร่างกายจะพยายามสำรองโปรตีนไว้ โดยเปลี่ยนผม จากระยะการเจริญเติบโต เข้าสู่ระยะพัก หลังจากนั้น 2-3 เดือน ผมจะเริ่มร่วง แต่จะกลับสู่ภาวะปกติได้ ถ้าได้รับโปรตีนในอาหาร อย่างถูกต้องและเหมาะสม
-ผมร่วงจากยา
ยาบางอย่างอาจทำให้ผมร่วงได้ชั่วคราว เช่น ยารักษาโรคเก๊าท์ ยาแก้ปวดข้อ ยารักษาโรคซึมเศร้า ยารักษาโรคหัวใจ ยารักษาโรคความดันสูง ยาลดความเข้มข้นของเลือด ยาวิตามินเอในขนาดสูงๆ ก็ทำให้ผมร่วงได้
-ผมร่วงจากยารักษามะเร็ง
ยารักษามะเร็ง จะทำให้เซลล์ผมหยุดแบ่งตัว ผมจะบางและแตก จะเกิดหลังจากได้ยา 1-3 อาทิตย์ ผมอาจจะร่วงได้ถึง 90% เมื่อหยุดยา ผมจะกลับขึ้นใหม่เหมือนเดิม ช่วงผมบางมากๆ อาจต้องใส่วิกผมไปก่อน
-ผมร่วงจากยาคุมกำเนิด
ผู้หญิงที่ผมบาง ขณะกินยาคุมกำเนิด มักมีประวัติผมบางแบบพันธุกรรม ในครอบครัว ถ้าผมบางเกิดขึ้น หลังกินยาคุม อาจให้สูตินรีแพทย์ เปลี่ยนยาคุมให้เป็นตัวอื่น อาจมีผมร่วง หลังจากหยุดยาคุม 2-3 เดือน และอาจร่วงได้นาน ถึง 6 เดือน ลักษณะนี้ คล้ายๆ กับผมร่วงหลังคลอดลูก
-ผมร่วงจากการขาดธาตุเหล็ก
การขาดธาตุเหล็ก บางครั้งทำให้ผมร่วง เนื่องจากรับประทานอาหาร ที่มีธาตุเหล็กไม่พอเพียง หรือร่างกายดูดซึม ธาตุเหล็กได้ไม่ดี ผู้หญิงที่มีประจำเดือนมามากๆ อาจเป็นสาเหตุให้ขาดธาตุเหล็กได้ การตรวจเลือด จะช่วยในการวินิจฉัย การรักษาทำได้โดยให้กินยาเม็ดที่มีธาตุเหล็ก
-ผมร่วงจากการผ่าตัดใหญ่หรือเจ็บป่วยเรื้อรัง
หลังผ่าตัดใหญ่ 1-3 เดือน จะเริ่มมีผมร่วง แต่จะหายได้เองภายใน 2-3 เดือน แต่คนไข้ที่มีอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง จะมีผมร่วงอย่างไม่มีกำหนด
-ผมร่วงจากเชื้อราที่หนังศีรษะ
เกิดจากการติดเชื้อรา หนังศีรษะมีลักษณะเป็นขุยๆ และขยายวงออก ผมจะหัก และส่วนหนังศีรษะจะบวมแดง และ มีน้ำเหลืองออก โรคนี้ติดต่อได้ง่ายในเด็ก และต้องรักษา โดยให้ยากินรักษาเชื้อรา
-ผมร่วงจากการดึงผมเอง
เป็นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยการบิด หรือดึงผม ขนคิ้ว ขนตา จนหลุดร่วงออกมา บางครั้งเป็นการตอบสนอง ต่อความเครียด บางครั้งเป็นสัญลักษณ์ของผู้ป่วย ที่มีปัญหาทางจิตใจ

ขอขอบคุณ:http://variety.teenee.com/foodforbrain/23630.html

ทำไมฝนจึงตกเป็นเม็ด



ฝน (rain) เป็นรูปแบบหนึ่งของการตกลงมาจากฟ้าของน้ำ นอกจากฝนแล้วยังมีการตกลงมาในรูป หิมะ เกล็ดน้ำแข็ง ลูกเห็บ น้ำค้าง. ฝนนั้นอยู่ในรูปหยดน้ำซึ่งตกลงมายังพื้นผิวโลกจากเมฆ. ฝนบางส่วนนั้นระเหยกลายเป็นไอก่อนตกลงมาถึงผิวโลก ฝนชนิดนี้เรียกว่า "virga"

ฝนที่ตกลงมานั้นเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของวัฏจักรของอุทกวิทยา ซึ่งน้ำจากผิวน้ำในมหาสมุทรระเหยกลายเป็นไอ ควบแน่นเป็นละอองน้ำในอากาศ ซึ่งรวมตัวกันเป็นเมฆ และในที่สุดตกลงมาเป็นฝน ไหลลงสู่แม่น้ำ ลำคลอง ไปสู่ทะเล มหาสมุทร และวนเวียนเช่นนี้เป็นวัฏจักรไม่สิ้นสุด

ปริมาณน้ำฝนนั้นวัดโดยใช้ มาตรวัดน้ำฝน โดยเป็นการวัดความลึกของน้ำที่ตกลงมาสะสมบนพื้นผิวเรียบ สามารถวัดได้ละเอียดถึง 0.25 มิลลิเมตร หรือ 0.01 นิ้ว บางครั้งใช้หน่วย ลิตรต่อตารางเมตร (1 L/m² = 1 mm)

หยาดน้ำฝนนั้น ในการ์ตูนมักจะถูกวาดเป็นรูปหยาดน้ำตา คือ ก้นกลมและปลายบนแหลม ซึ่งไม่ถูกต้องในความเป็นจริง หยาดฝนเม็ดเล็กนั้นจะมีรูปเกือบเป็นทรงกลม ส่วนเม็ดฝนที่ใหญ่ขึ้นก็จะมีรูปร่างที่ค่อนข้างแบนคล้ายขนมปังแฮมเบอเกอร์ ส่วนเม็ดที่ใหญ่มากๆนั้นจะมีรูปร่างคล้ายร่มชูชีพ โดยเฉลี่ยแล้วเม็ดฝนนั้นจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 ถึง 2 มิลลิเมตร เม็ดฝนที่ใหญ๋ที่สุดที่ตกลงถึงผิวโลกนั้น ตกที่ ประเทศบราซิล และ เกาะมาร์แชล ในปี ค.ศ. 2004 โดยมีขนาดใหญ่ถึง 10 มิลลิเมตร ขนาดใหญ่ของเม็ดฝนนี้เนื่องมาจากละอองน้ำในอากาศที่มีขนาดใหญ่ หรือ จากการรวมตัวกันของเม็ดฝนหลายเม็ด เนื่องมาจากความหนาแน่นฝนที่ตกลงมา

โดยปกติแล้ว ฝนจะมีค่า pH ต่ำกว่า 6 เล็กน้อย เนื่องมาจากการรับเอาคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศเข้ามาซึ่งทำให้ส่งผลเป็นกรดคาร์บอนิก ในพื้นที่ที่เป็นทะเลทรายนั้นฝุ่นในอากาศจะมีปริมาณแคลเซียมคาร์บอเนตสูง ซึ่งส่งผลต่อต้านความเป็นกรด ทำให้ฝนนั้นมีค่าเป็นกลาง หรือ แม้กระทั่งเป็นเบส ฝนที่มีค่า pH ต่ำกว่า 5.6 นั้นถึอว่าเป็น ฝนกรด (acid rain)

ขอขอบคุณ:http://variety.teenee.com/foodforbrain/23591.html

ทำไมเจ้าตูบตัวผู้ต้องยกขาฉี่



เชื่อว่าเจ้าของสุนัขหลายคนคงต้องมีคำถามในใจว่า ทำไมท่าฉี่ของสุนัขตัวผู้และตัวเมียจึงแตกต่างกัน สุนัขตัวผู้ชอบยกขาฉี่มากกว่านั่งยองๆ ฉี่เหมือนเช่นตัวเมีย

นั่นก็เพื่อทำให้กลิ่นของฉี่ที่จะบ่งบอกถึงอาณาเขต ยังคงใหม่สดมากกว่ากลิ่นฉี่ที่ถูกปล่อยอยู่ตามพื้น เพราะจะโดนเหยียบไปเหยียบมา ไม่เหมือนตามกำแพง หรือเสาไฟฟ้าที่ไม่มีใครมายุ่งด้วย และการยกขาฉี่ยังทำให้กลิ่นนั้นอยู่สูงขึ้นมาถึงระดับจมูกของสุนัขตัวอื่นๆเพื่อบอกให้รู้ว่า แถวนี้น่ะมีเจ้าถิ่นคุมอยู่แล้วนะ

ขณะเดียวกันก็ยังเป็นการฝากข้อความไว้ให้ตัวเอง เพื่อที่เวลาไปไหนมาไหนจะได้ไม่หลงทาง แถมยังบอกเป็นนัยให้สุนัขตัวอื่นๆ รู้ถึงสภาพทางเพศของเขา และขอบเขตอาณาจักรที่ครอบครองอยู่ นั่นคือ ทำให้สุนัขตัวเมียรับรู้ว่ามีตัวผู้เนื้อหอมอาศัยอยู่แถวๆนี้ หรืออาจทำให้สุนัขร่อนเร่ไม่กล้าเข้ามาแหยมก็มีสิทธิเหมือนกัน

ขอขอบคุณ:http://variety.teenee.com/foodforbrain/23474.html

ร้อง นร. หญิงตบแย่งทอมชักปืนถูกลูกชายเจ็บ



เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 2 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกเชียร์ จันทร์แก้ว อายุ 45 ปี

ได้นำภาพคลิปวิดีโอเหตุการณ์นักเรียนสาวตบกันกลางถนนมาร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวในจ.สงขลา เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวบานปลายถึงขั้นไล่ยิงกันเป็นเหตุให้ นายณัฐวุฒิ จันทร์แก้ว อายุ 19 ปี บุตรชายของตัวเองถูกยิงที่บริเวณหน้าอกได้รับบาดเจ็บสาหัส

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพในคลิปเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา

โดย 2 นักเรียนสาวสังกัดอาชีวศึกษาต่างสถาบันนัดตบกันกลางถนนภายในหมู่บ้านท่าข้าม ต.ท่าข้าม อ.หาดใหญ่ ท่ามกลางกลุ่มเพื่อนของทั้งสองฝ่ายมาคอยเชียร์และยืนคุมเชิงไม่ให้มีการยกพวกเข้ารุมทำร้ายหรือช่วยเหลือ โดยไม่สนใจสายตาของชาวบ้านและผู้คนที่ขับรถสัญจรผ่านไปมาในบริเวณดังกล่าว สำหรับสาเหตุที่นักเรียนสาวทั้งคู่นัดตบกันกลางถนน เนื่องมาจากปัญหารักสามเศร้าที่ต่างฝ่ายมีแฟนเป็นทอมคนเดียวกัน และไม่สามารถตกลงกันได้ รวมทั้งมีเรื่องหมางใจและพูดจากถากถางกันมาระยะหนึ่งสุดท้าย จึงได้เคลียร์ปัญหาโดยนัดตบกันกลางถนนดังกล่าว

แต่หลังจากทั้งสองฝ่ายแยกย้ายกันไปโดยยังไม่รู้ผลแพ้ชนะ ปรากฏว่าเรื่องไม่จบ

เพราะมีเพื่อนชายของนักเรียนทั้งสองคนเกิดเขม่นกันถึงขั้นใช้อาวุธปืนไล่ยิงกันเป็นเหตุให้นายณัฐวุฒิถูกยิงดังกล่าว นายเอกเชียร์ กล่าวว่า อยากให้ตำรวจเร่งจับกุมผู้ก่อเหตุที่ยิงบุตรชายของตน เพราะภาพในคลิปยืนยันชัดเจนว่าใครเป็นคนยิง แม้จะอดสูใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนเป็นสาเหตุให้ลูกชายของตัวเองถูกยิง แต่ก็อยากจะเผยแพร่คลิปดังกล่าวเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับกลุ่มวัยรุ่นและนักเรียนอย่างเอาไปเป็นแบบอย่างเพราะอาจเสียอนาคต

ขอขอบคุณ:http://tnews.teenee.com/crime/46960.html

"โคราช"แผ่นดินทรุดเพิ่มอีก



เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นครราชสีมา ถึงความคืบหน้ากรณีเกิดแผ่นดินทรุดภายในไร่มันสำปะหลังของนางทองสุข ชอบรักษ์ อายุ 62 ปี

อยู่บ้านหนองราง หมู่ 4 ต.ค้างพลู อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา มีขนาดกว้าง 2 เมตร และลึกประมาณ 10 เมตร โดยล่าสุดพบว่าขนาดความกว้างของปากหลุมขยายวงกว้างเกิน 6 เมตรแล้ว และยังมีท่าทีว่าจะขยายวงกว้างขึ้นไปอีก เช่นเดียวกับหลุมเดิมที่อยู่ห่างกันไม่ถึง 10 เมตร ที่ทรุดตัวลงเมื่อวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา ปากหลุมกว้าง 18 เมตร ลึกกว่า 10 เมตร ขยายกว้างเกิน 20 เมตรแล้ว

ด้านนายเรืองชัย อิทธิพล นายอำเภอโนนไทย กล่าวว่า ยังไม่สามารถระบุสาเหตุแผ่นดินทรุดได้แน่ชัด

โดยเมื่อกลางเดือนม.ค.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุในไร่มันสำปะหลังของนางทองสุข ทางเจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงมาสำรวจพื้นที่และเก็บข้อมูล เพื่อนำไปสรุปถึงสาเหตุ โดยตั้งสมมติฐานไว้ 2 กรณี คือ 1.อาจเป็นการยุบตัวของแผ่นดินตามธรรมชาติ เนื่องจากพื้นดินแถบนี้ค่อนข้างอ่อนตัว และพื้นใต้ดินมีลักษณะเป็นโพรงหลายแห่ง 2. อาจจะเกิดจากการที่โรงเกลือในพื้นที่สูบน้ำใต้ดินไปผลิตเกลือมากจนเกินไป

นายอำเภอโนนไทย กล่าวต่อว่า แต่จนถึงขณะนี้กรมทรัพยากรธรณี ยังไม่ได้ส่งรายงานสรุปมาทางจังหวัดแต่อย่างใด

หากสาเหตุเกิดจากการยุบตัวของแผ่นดินตามธรรมชาติ ก็ต้องดูว่ามีแนวโน้ม หรือความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นเป็นวงกว้างมากน้อยแค่ไหน หากพบว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น ก็จำเป็นจะต้องหารือกับทางจังหวัด เพื่อขอร้องให้ประชาชนออกจากพื้นที่ และหาทางช่วยเหลือชดเชยต่อไป แต่ถ้าสาเหตุมากจากโรงเกลือในพื้นที่ ก็จะให้ทางหน่วยงานรับผิดชอบเอาผิด

ขอขอบคุณ:http://tnews.teenee.com/etc/47008.html

สาวชุดแดงแจ้งจับ"มาร์ค"ลากเข้าโรงแรมข่มขื่นแต่ไม่รับผิดชอบ



สาวใหญ่แต่งชุดแดงบุกกองปราบแจ้งจับนายกฯข้อหาข่มขืนหลังไม่มีโรงพักไหนยอมรับเรื่อง อ้างทนความไม่รับผิดชอบของ "อภิสิทธิ์" บริหารประเทศต่อไปไม่ไหวและก่อคดีข่มขืนแล้วไม่รับผิดชอบ

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 3 ก.พ. ที่กองปราบปราม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดคดีสาวใหญ่แจ้งจับนายกรัฐมนตรีขอหาข่มขืน

มีผู้หญิงแต่งกายด้วยชุดกระโปรงสีแดงทั้งชุด เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนของ กก.1 บก.ป. โดยแจ้งความจำนงว่า ขอแจ้งความจับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา แต่จากการสอบสวนผู้เสียหายรายนี้ให้การวกไปวนมา ทราบชื่อคือน.ส.ไดอะน่า แสนโม่ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/182 ซ.รามคำแหง 151/1 แขวงและเขตสะพานสูง กทม. สาเหตุที่เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ในครั้งนี้ก็ เนื่องจากว่าทนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ไม่มีความรับผิดชอบ บริหารประเทศต่อไปไม่ไหว เพราะก่อคดีข่มขืนตัวเองแล้วไม่รับผิดชอบในเรื่องที่เกิดขึ้น

น.ส.ไดอะน่า ให้การต่ออีกว่าเรื่องที่ถูกนายกฯ ข่มขืน นั้นเกิดขึ้นเมื่อปี 2552 เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ที่ย่านเยาวราช

ขณะนั้นตนถูกนายอภิสิทธิ์พาเข้าโรงแรมแล้วก่อเหตุข่มขืน หลังจากนั้นก็ไม่ยอมาเจอหน้าอีกเลย เมื่อสอบถามถึงที่ไปที่มา น.ส.ไดอะน่า ไม่ยอมตอบ โดยบอกว่าขอไปให้การที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ แต่ก็บอกว่าหลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความแล้ว แต่พนักงานสอบสวน กลับไม่ยอมรับแจ้งความ จึงพยายามติดตามเรื่องมาตลอด จนสุดท้ายเห็นว่าไม่ควรปล่อยนายอภิสิทธิ์ลอยนวลต่อไป จึงต้องเข้ามาแจ้งความที่กองปราบปราม นอกจากนี้ตนก็จะไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อร้องเรียนอีกหน่วยงานหนึ่งด้วย

หลังรับฟังจบแล้วทางพนักงานสอบสวนทั้งหมด ลงความเห็นว่าน่าจะสาวเพี้ยน

แต่เพื่อความสบายใจ จึงให้น.ส.ไดอะน่า เขียนเรื่องร้องเรียนเอาไว้ หลังจากนี้ก็ตรวจสอบกับญาติๆของน.ส.ไดอะน่า ว่าเกิดอาการผิดปกติหรือไม่ เพื่อจะได้คอยดูแลให้ใกล้ชิดต่อไป

ขอขอบคุณ:http://tnews.teenee.com/crime/46995.html

มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก



มะเร็งสืบพันธุ์สตรีอีกชนิดหนึ่ง ที่คุณผู้หญิงทุกคนควรระวังไว้ นั่นก็คือ “มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก”

มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก เป็นมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์ในสตรีที่พบได้เป็นอันดับ 3 เป็นมะเร็งที่มีโอกาสรักษาหายขาดสูงมาก เนื่องจากผู้ป่วยมักมีอาการเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ซึ่งแพทย์ส่วนมากแล้วจะแนะนำให้ผู้ป่วยมาพบเมื่อรู้สึกว่ามีอาการผิดปกติ ทำให้การตรวจพบโรคในระยะแรกเริ่ม นำพาไปสู่การรักษาที่ดีได้มาก

สาเหตุของโรค ในปัจจุบันทางการแพทย์แบ่งกลุ่มของผู้ป่วยโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกเป็น 2 กลุ่ม คือ

1.กลุ่มที่เป็นโรคมะเร็งเนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจน มักพบในสตรีที่มีอายุน้อย ในผู้หญิงที่มีภาวะฮอร์โมนเอสโตรเจนเกินเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติและกลายเป็นมะเร็งในที่สุด
2.กลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน ซึ่งไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่คาดว่ามีความเกี่ยวข้องในเรื่องพันธุกรรมเป็นส่วนใหญ่ ที่มักพบในผู้ป่วยสูงอายุและเป็นชนิดที่มีความรุนแรงของโรคสูง

โดยทั่วไปแล้ว สตรีจะมีรอบเดือนตามฮอร์โมนในร่างกาย คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจน และฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกเติบโตขึ้นและหลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือน แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยผู้ป่วยมีภาวะหรือได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่สูงขึ้นผิดปกติต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกออกมาไม่หมด และค้างอยู่ในโพรงมดลูกจนเกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกที่เรียกว่า ภาวะเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ ซึ่งหากผู้ป่วยอยู่ในภาวะนี้นาน ๆ โดยไม่ได้รักษาก็จะกลายเป็นโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกในที่สุด

ดังนั้น ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคนี้มีอะไรบ้าง เริ่มที่สตรีที่ไม่มีบุตรหรือมีบุตรยาก, สตรีที่มีประจำเดือนตั้งแต่อายุน้อยและหมดประจำเดือนช้า, สตรีที่มีรูปร่างท้วมหรืออ้วน, มีประวัติญาติพี่น้องสายตรงเป็นโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก, ได้รับฮอร์โมนเอสโตร เจนในขนาดที่สูงเป็นเวลานาน, สตรีสูงอายุ และ สตรีที่มีประวัติเป็นโรคเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง

คุณผู้หญิงที่มีปัจจัยดังกล่าวนี้ ควรหมั่นตรวจตรารอบเดือนของตัวเองว่ามีความผิดปกติใด ๆ หรือไม่ หากมีแล้ว ก็ให้สำรวจอาการว่า ตรงกับข้อมูลดังต่อไปนี้หรือไม่

สำหรับอาการของโรค ผู้ป่วยมักจะมาพบแพทย์ด้วยอาการเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดที่ไม่ใช่ประจำเดือน โดยเลือดออกกะปริดกะปรอยหรือออกมาปริมาณมากติดต่อกันหลายวันจนทำให้ผู้ป่วยมีภาวะซีดและอ่อนเพลียเกิดขึ้นเนื่องจากเสียเลือด อาการปวดท้องน้อย หากมีการดำเนินของโรคต่อไป ก็จะมีการกระจายไปยังอวัยวะต่าง ๆ เช่น รังไข่ ต่อมน้ำเหลือง รวมไปถึงปอด ซึ่งคุณผู้หญิงไม่ควรมองข้าม หากมีอาการเพียงเล็กน้อยก็ให้รีบไปพบแพทย์ทันที
การวินิจฉัยโรค แพทย์จะทำการตรวจร่างกายและตรวจภายใน ร่วมกับทำการขูดมดลูกผู้ป่วยเพื่อหาเซลล์มะเร็งของเยื่อบุโพรงมดลูกทางพยาธิวิทยา
ในส่วนของการรักษาโรค แพทย์จะทำการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง ตรวจอวัยวะภายในช่องท้อง ตัดมดลูกและรังไข่ ตรวจต่อมน้ำเหลืองบริเวณอุ้งเชิงกราน และต่อมน้ำเหลืองบริเวณเส้นเลือดใหญ่เอออร์ต้า (Aorta) ตรวจน้ำในช่องท้องหาเซลล์มะเร็ง
แล้วประเมินโรคว่าผู้ป่วยอยู่ในระยะใดของโรค หากเป็นมะเร็งระยะแรก ๆ การรักษาโดยการผ่าตัดก็เพียงพอ หากเป็นมะเร็งระยะที่มากขึ้นผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยการฉายแสงหรือให้ยาเคมีบำบัดขึ้นอยู่กับระยะ ของโรค
ด้านการป้องกันโรค ดังที่กล่าวมาแล้วว่า โรคนี้มีความสัมพันธ์กับฮอร์โมนเอสโตรเจน เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นการป้องกันโรคจึงสามารถทำได้ดังนี้
1.หลีกเลี่ยงการได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนหากไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ หากจำเป็นต้องรับฮอร์โมน เอสโตรเจนควรได้รับฮอร์โมนโปรเจส เตอโรนควบคู่กันไปด้วย เพื่อป้องกันภาวะเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ ซึ่งเป็นภาวะแรกเริ่มของการเกิดโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

2.สตรีที่มีลักษณะของประจำเดือนผิดปกติ เช่น มาไม่สม่ำเสมอ มาขาด ๆ หาย ๆ มีประจำเดือนปริมาณมากในแต่ละครั้ง ร่วมกับมีลักษณะของการมีภาวะฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง เช่น หน้ามัน ขนดก เป็นสิวมาก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้การรักษาแต่เนิ่น ๆ

3.สตรีที่มีภาวะปัจจัยเสี่ยงดังที่กล่าวมาแล้ว ควรไปรับคำปรึกษาจากแพทย์และตรวจภายใน เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลตนเองในการป้องกันโรค

4.หลีกเลี่ยงการรับประทานยาต่าง ๆ โดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะยากลุ่มสเตียรอยด์ ยาเม็ดลูกกลอน ยาสมุนไพรต่าง ๆ ที่ไม่ได้มาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข เพราะอาจทำให้เกิดความผิดปกติของเยื่อบุโพรงมดลูกและกลายเป็น มะเร็งได้

ขอขอบคุณ:http://variety.teenee.com/foodforbrain/23511.html

เล็งสอนภาษาจีนแพนด้าจากสหรัฐ



ซินหัวของจีนรายงานว่า วันที่ 3 ก.พ. จีนประกาศรับสมัครครูสอนภาษาจีนทางอินเตอร์เน็ตที่แปลกที่สุด

เพราะไม่ใช่หามาสอนนักเรียน แต่จะให้สอนแพนด้าน้อยชื่อ เม่ยหลาน แพนด้าเพศเมียอายุ 3 ปี ซึ่งเกิดและโตในสวนสัตว์ในเมืองแอตแลนต้า สหรัฐ มีกำหนดขึ้นเครื่องพร้อมแพนด้าไท่ ซาน จากกรุงวอชิงตัน กลับสู่แผ่นดินจีนในวันศุกร์นี้

นายหวง เซี่ยงหมิง ผู้อำนวยการแผนกดูแลจัดการสัตว์ของศูนย์วิจัยและเพาะพันธุ์แพนด้าเฉิงตู มณฑลเสฉวนฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของจีน กล่าวว่า

เม่ยหลานเกิดและโตที่เมืองนอก ดังนั้นจึงไม่คุ้นเคยกับภาษาจีน จึงต้องหาครูมาสอน คุณสมบัติของครูจะต้องจบปริญญาตรีหรือสูงกว่า ใช้คล่องทั้งภาษาจีนและอังกฤษ และไม่มีประวัติเคยป่วยเป็นโรคติดต่อ โดยครูจะต้องสอนจีนสำเนียงเสฉวนเพราะคนที่นี่พูดสำเนียงเสฉวนกัน และเม่ยหลาน จะได้เรียนประโยคง่ายๆ เช่น ให้กลับเข้าคอก หรือ ออกมาจากคอก นอกจากวิชาภาษาจีนแล้ว ทางสวนสัตว์ยังเตรียมอาหารจีนและรายการนัดเดตหาคู่ตุนาหงันเอาไว้ให้ด้วยเพื่อช่วยให้มันปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่ได้เร็วขึ้น

ขอขอบคุณ:http://tnews.teenee.com/etc/47003.html

วิธีปฏิบิติตัวเมื่อเป็นโรคกระเพาะ



- กินอาหารให้เป็นเวลา ไม่ปล่อยให้ท้องว่างหรือหิว ถ้าหิวก่อนเวลาให้ดื่มนม หรือน้ำเต้าหู้ น้ำข้าว น้ำผลไม้
- หลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ดจัด เปรี้ยวจัดจากน้ำสมสายชู
- งดดื่มเหล้า เบียร์ ยาดอง กาแฟ
- งดการสูบบุหรี่
- หลีกเลี่ยงการกินยาแก้ปวด แก้ไข้ ที่มีแอสไพริน หรือยาชุดต่าง ๆ รวมทั้งยาแก้ปวดกระดูก และยาสเตียรอยด์ ยาลูกกลอน ยาหม้อต่าง ๆ
- ควรพักผ่อนให้มากเพียงพอ ทำจิตใจให้เบิกบานผ่อนคลายเครียด วิตกกังวล และไม่หงุดหงิดอารมณ์เสียง่าย
- กินยาตามแพทย์สั่ง ถ้ากินยาแล้วอาการดีขึ้น ต้องกินยาติดต่อกันอย่างน้อย 4-6 อาทิตย์ ไม่ควรหยุดยาก่อน เพราะอาการปวดท้องจะกำเริบได้อีก
- ควรออกกำลังกาย แต่ไม่ควรหักโหมมากเกินไป
- อย่าซื้อยากินเอง ถ้ามีโรคอื่นร่วมด้วยควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา

ขอขอบคุณ:http://variety.teenee.com/foodforbrain/23308.html

วิธีเอาชนะความเบื่อหน่ายในการออกกำลังกาย



สาวๆ ที่ชอบออกกำลังกายเป็นประจำและรู้ว่าการออกกำลังกายเป็นเรื่องดี แต่บางทีคุณก็อาจเบื่อหน่ายการออกำลังกายขึ้นมาเฉยๆ แต่ก่อนที่คุณจะพ่ายแพ้หัวใจตัวเอง เรามีวิธีดีๆ มาช่วยคุณเอาชนะความรู้สึกนั้นแล้ว

- ประเมินกิจวัตรการออกกำลังกายของคุณในขณะนี้เสียก่อน เพื่อชี้ชัดให้ได้ว่าอะไรที่ทำให้คุณเบื่อการออกำลังกายแล้ว ลองหันไปเพิ่มความหลากหลายใหม่ๆ ให้กิจกรรมที่คุณโปรดปราน เช่น หันมาเล่น Kick Boxing แทนการเต้นแอโรบิก หรือเล่นฟรีเวต แทนเครื่อง สิ่งเหล่านี้อาจช่วยให้กิจวัตรเดิมๆ มีชีวิตชีวาขึ้น หรือถ้าคุณเคยออกกำลังแต่ในฟิตเนส ก็ลองไปออกกำลังตามสวนสาธารณะบ้างเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ

- เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ถ้าการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ยังไม่เพียงพอ ก็ต้องเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ เริ่มต้นทำกิจกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะในสิ่งที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะลองทำ เช่น ถ้าคุณเคยชินอยู่กับการเล่นกีฬาคนเดียว ลองหันมาเล่นกีฬาแบบทีมดูบ้าง หรือพยายามทำสิ่งที่คุณไม่ชอบมาโดยตลอด เช่น การเล่นกีฬาแอดเวนเจอร์ อย่าง ขี่จักรยานเสือภูเขา การปีนหน้าผา ฯลฯ

- หาเพื่อนออกกำลังกาย การออกกำลังกายคนเดียวเหมือนกับการได้พักผ่อนจากวันที่ยุ่งเหยิง แต่บางทีการออกกำลังกายก็ต้องการเพื่อนที่จะช่วยให้คุณได้สังสรรค์ไปในตัว ซึ่งการชวนเพื่อนไปออกกำลังกายด้วยกัน จะทำให้คุณไม่อยากงดออกกำลังกาย เนื่องจากมีคนรออยู่ การมีคนมาออกกำลังกายด้วยยังหมายถึงการท้าทายให้คุณพัฒนาทักษะการออกกำลังกายให้ดีขึ้น

- ตั้งเป้าหมายท้าทายตัวเอง หลายคนตั้งใจออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง แต่การตั้งเป้าหมายบางอย่างเช่น การร่วมวิ่งแข่งมาราธอน หรือการแข่งว่ายน้ำ จะทำให้การออกกำลังกายของคุณในแต่ละวันมีความหมายขึ้น

- เพิ่มความหลากหลาย การออกกำลังกายหลายๆ อย่างสลับไปมา เป็นอีกวิธีหนึ่งในการแก้เบื่อการออกกำลังกายได้ดี ถ้าปกติคุณออกำลังกายแค่อย่างเดียว ก็ลองสลับด้วยกิจกรรมอื่นๆ สัก 2-3 วัน ในหนึ่งสัปดาห์ โดยควรให้โปรแกรมการออกกำลังกายของคุณครบถ้วน ทั้งการออกกำลังบริหารหัวใจ การฝึกความแข็งแรง และการยืดกล้ามเนื้อของร่างกาย

- ของเล่นใหม่ๆ อุปกรณ์ในการออกกำลังกายเล็กๆ น้อยๆ อาจไม่ใช่ของจำเป็น แต่มันอาจช่วยให้การออกกำลังกายของคุณสนุกและเพลิดเพลินขึ้น

- หยุดพัก บางครั้งคุณต้องการเวลาพักสักหน่อย ในกรณีนี้ลองลดกิจวัตรการออกกำลังกายของคุณลงบ้างและแทนที่ด้วยกิจกรรมอื่น คุณอาจพบสิ่งที่คุณสนุกกับมันได้มากกว่าเรื่องเดิมๆ ที่เคยโปรดปรานก็ได้

ขอขอบคุณ:http://variety.teenee.com/foodforbrain/22858.html

5 เคล็ดลับขจัดความเคลียด



เทคนิค 5 เคล็ดลับ ขจัดเครียดเพื่อป้องกัน โรค ช่วงนี้ใครมีปัญหาให้ขบคิดจนเกิดอาการเครียดๆ ไม่ต้องกังกล เพราะเรานำ บทความ เกร็ดความรู้ สุขภาพ เทคนิค 5 เคล็ดลับ ขจัดเครียดมาฝากกันค่ะ เอาเป็นว่าไปอ่าน บทความ เกร็ดความรู้ สุขภาพ เทคนิค 5 เคล็ดลับ ขจัดเครียดเพื่อป้องกัน โรค กันนะคะ

ฝึกหายใจ: นั่งลงและเอนหลังกับพนักเก้าอี้ในท่าสบาย สูดหายใจเข้าลึกๆ และช้าๆ วิธีนี้จะสามารถขจัดความเครียดออกไปได้

นวดฝ่าเท้า : ใช้นิ้วหัวแม่มือกดลงบนฝ่าเท้า แล้วนวดคลึงเบาๆ เพื่อคลายเส้นที่ปวดตึง โดยไล่จากส้นเท้าไปจนถึงปุ่มโคนหัวแม่เท้า แล้วจึงค่อยนวดวนออกไปด้านนอกฝ่าเท้า

น้ำช่วยได้ : แค่น้ำเปล่าเย็นๆ หรือน้ำส้มคั้นสดๆ จากตู้เย็นเพียงหนึ่งแก้ว ก็สามารถทำให้รู้สึกผ่อนคลายในยามเครียดได้อย่างประหลาด

กลิ่นหอมขจัดเครียด:น้ำมันหอมที่มีกลิ่นหอมสดชื่นที่เรารู้จักคุ้นหูกันดีในนามของ Aromatherapy สามารถช่วยคลายเครียดได้ เพียงเทน้ำมันหอมลงบนฝ่ามือแล้วนวดคลึงเบาๆ บริเวณขมับ ก็จะทำให้รู้สึกปลอดโปร่ง

ขจัดความเมื่อยขบให้ลำตัว :เมื่อความเครียดรุมเร้าจะปวดไหล่ หลังและคอ ลองเปลี่ยนอิริยาบทง่ายๆ โดยขยับตัวออกมานั่งตรงส่วนปลายของเก้าอี้ วางเท้าลงที่พื้นในท่าสบาย

จากนั้นวางมือขวาที่ต้นขาซ้าย แล้วเอื้อมมือซ้ายไปจับที่พนักเก้าอี้เหนือไหล่ขวา บิดตัวไปทางซ้ายช้าๆ จนสุด พร้อมเป่าลมออกจากแก้ม สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พร้อมกับหมุนตัวกลับไปในท่าตรง แล้วค่อยๆ ปล่อยลมออกทางปาก จนกลับมาอยู่ในท่าตรง สลับทำแบบเดียวกันด้านขวาและทำหลายๆ รอบ

ขอขอบคุณ:http://variety.teenee.com/foodforbrain/22990.html

ยิ่งกรนแรงสนั่น ยิ่งเผาผลาญไขมันได้ไว



วารสารวิชาการ "ศัลยกรรมโสตศอนาสิก ศีรษะและคอ" ของสหรัฐฯ รายงานว่า เพิ่งได้ทราบจากผลการศึกษาว่า การนอนกรนเป็นนิสัยที่เป็นประโยชน์ ต่อสุขภาพ

ยิ่งกรนแรงเท่าไร ก็ยิ่งช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันลงได้มาก ยิ่งกว่าคนที่กรนเสียงค่อยกว่า

รายงานผลการศึกษา กล่าวว่า ความอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงใหญ่ ของโรคเกี่ยวกับการหายใจยามนอน ตั้งแต่การนอนกรน การหยุดหายใจเป็นพักๆ รวมทั้งอย่างอื่นด้วย "แต่ก็ยังไม่แน่ชัดว่า การมีน้ำหนักมากขึ้นเป็นสาเหตุของโรค หรือการเพิ่มน้ำหนักไปเป็นตัวเกี่ยวพันกับอัตราการเปลี่ยนแปลงของการเผาผลาญอาหารอีกทอดหนึ่ง ถึงได้ทำให้น้ำหนักเพิ่ม จึงไปเกี่ยวยุ่งกับการรักษาโรคทั้งคู่นั้นเข้า"

รายงานการศึกษาของทีมวิจัย มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียได้เสริมว่า น้ำหนักตัวของคนเรานั้น ขึ้นอยู่กับดุลของพลังงานที่ได้รับกับพลังงานที่ใช้ออกไป.

ขอขอบคุณ:http://variety.teenee.com/foodforbrain/23550.html